คุณแม่บุษบา

แหม!!~ ไม่ ใช่อะไรก็อยากรู้เหลือเกินว่า"คุณแม่บุษบา ลัทธิโสภณกุล" มีวิธีการเลี้ยงลูกอย่างไร ลูกสาวถึงร้องเล่นเต้นรำได้ลื่นไหลเหลือเกิน!!

"แม่ตั้งท้องโดยไม่รู้ตัวมาก่อน พอดีว่าช่วงนั้นแม่ลื่นล้มที่ทำงาน ก้นกระแทรกอย่างแรงก็ไปเอกเรย์ดูว่ามีกระดูกหักบ้างหรือเปล่า หลังจากนั้นคุณหมอเขาก็พบว่าแม่ตั้งท้องได้ 4 เดือนแล้วคุณหมอเขาก็บอกให้แม่ทำใจนะ ถ้าลูกพิการเพราะผู้หญิงมีครรภ์เนี่ยเขาจะไม่ให้เอกเรย์ ไม่ให้โดนรังสี แม่ก็คิดจะเอาลูกออก จะทำแท้ง แต่ทีนี้คุณหมอเขาก็บอกว่าน่าจะเอาไว้นะ เพราะมันเสี่ยงเกินไปสำหรับตัวแม่เอง"

คุณหมอเขาก็ปลอบใจ บอกให้แม่พยายามทำใจถ้าลูกเกิดพิการจริงๆ ให้ทำบุญตักบาตรเยอะๆ ทำให้จิตใจสบาย ทุกอย่างมันก็จะดีขึ้นเอง แม่ก็เชื่อคุณหมอ ใส่บาตรทุกวันเลยนะทำบุญมาตลอด ภาวนาขอให้ลูกมีอาการครบ 32 แระการคุณยายเขาก็จะไปไหว้เจ้าทุกที่ ยกให้เป็นลูกบุญธรรมเจ้าพ่อกวนอูด้วย

ช่วงที่แม่ตั้งท้องแรกๆแม่ไม่รู้ตัวมาก่อนทำให้ไม่แพ้เท่าไหร่ แต่หลังจากรู้ตัวว่าท้องผ่านมา3-4เดือนแล้วเนี่ย แพ้สุดๆ(หัวเราะ)คุณหมอต้องให้ทานยาแก้แพ้ แต่พอได้กินส้มตำรสแซ่บๆ ทุเรียนเป็นลูกๆเนี่ย หายเป็นปลิดทิ้งนอกจากนี้แล้วคุณยายเค้าจะบังคับให้ทานนมแทนน้ำพวกยาจีนตลอด แม่จะพยายามทำทุกวิธีทาง อะไรที่เขาบอกว่าดี แม่จะเชื่อนะ

อีกอย่างความที่แม่เป็นคนผมน้อยหน้าผากสูง แม่ก็กลัวว่าลูกจะเป็นแบบแม่ แม่ก็พยามกินตังกุย เพราะมีความเชื่อว่าตังกุยทำให้ผมดกหนา(หัวเราะ) ช่วงที่ตั้งท้องแม่จะอยากให้ลูกเป็นผู้ชายมาก ทีนี้ก็จะหาซื้อของทุอย่างออกไปทางผู้ชาย แต่ปรากฏว่าได้ลูกผู้หญิงมาแทน(หัวเราะ) ทางปู่-ย่า เขาอยากได้หลานชายประมาณสืบเชื้อสายวงตระกูลแต่ยายนี่จะเฉยๆ เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายยายก็รับเลี้ยงหมด(หัวเราะ)เบลล์เขาถึงรักยายมากเพราะยายเลี้ยงเค้ามาตั้งแต่เล็กๆ

...ช่วงก่อนแม่จะไปคลอดเนี่ย แม่ก็จะไปหาหมอดูเขาบอกว่าเด็กคนนี้ดีนะ แต่ต้องพยายามคลอดหลังวันที่13เมษายนไปแล้ว เพราะถ้าคลอดก่อนดวงแม่ดวงลูกมันจะชงกันไม่ดี ปรากฏว่าน้องเบลล์เค้าคลอดวันที่17เมษายน ที่โรงพยาบาลหัวเฉียว น้ำหนักแรกคลอด 3,600 กรัม ตัวใหญ่มากคุณหมอเขาต้องใช้คีมช่วยดึงออกมา หัวเขาก็จะยาวๆเป็นลูกมะละกอเลยนะ(หัวเราะ) ตาเขาก็จะเล็กมากเป็นเม็ดน้อยหน่าเลยขาก็ยาวตัวก็ยาวเป็นเด็กที่น่าเกลียดที่สุด(หัวเราะ)พอเห็นหน้าลูกเท่านั้นล่ะ คำแรกที่แม่ถามคุณเหมอก็คือ ลูกมีอาการครบ 32 รึเปล่า ปรากฏว่าแม่โชคดีลูกไม่มีอาการอย่างที่แม่กังวล "

สำหรับชื่อเล่น-ชื่อจริงนั้นคุณแม่เฉลยให้ฟังว่า

"ที่ตั้งชื่อลูกว่าเบลล์ สาเหตุนั้นมาจากตอนเล็กๆ เบลล์เขาจะร้องไห้เก่งมาก ร้องเสียงดังเหมือนระฆังเลยนะ ร้องกวนอยู่ 3 เือนหลังจากนั้นก็ดีขึ้น ตอนเล็กคุณยายจะดูแลเบลล์ตลอด เขาก็จะเลี้ยงตามความเชื่อล่ะนะอย่างเวลาหลานร้องก็จะทำทุกอย่างตามความเชื่อของคนจีน ไปไหว้เจ้า เสี่ยงทายเอาฮู้(ผ้ายันต์)มาแปะบนหัวเตียงเพื่อไม่ให้ร้องทำทุกอย่างเพื่อให้หลานหยุดร้องให้ได้(หัวเราะ)

ตอนเล็กๆเบลล์เค้าจะเหมือนเด็กผู้ชายมาก ถ้าใส่กระโปงจะไม่น่ารักเลยแล้วจะซนเหมือนเด็กผู้ชาย สำหรับชื่อจริงตอนที่แม่แจ้งเกิดเนี่ย เบลล์เขาชื่อ 'จารุวรรณ' คือตั้งไปก่อน เพราะต้องแจ้งเกิดกับทางโรงพยาบาลแต่ทีนี้พอดีไปหาพระ เขาบอกว่าคนที่เกิดวันศุกร์ไม่ควรมีรอหันต์ ก็เลยเปลี่ยนตอนเค้าเข้าเรียนป.1พอดี สำหรับชื่อจริงของเบลล์ก็คือ 'ลีเสี่ยวเอี้ยน'แปลว่า 'นกนางแอ่นน้อย'

เบลล์เริ่มเรียนอนุบาลที่โรงเรียน'จิดาภา' เตรียมประถมที่โรงเรียน 'กุหลาบวัฒนา' และที่โรงเรียนแห่งนี้ยายเขาค้นพบว่าหลายจะเป็นคนที่ชอบเต้นมาก แม่ก็เลยสนับสนุนให้เขาเรียนแจ๊ส เรียนเต้นรำกับหลายสถาบันมาก พอเข้าป.1ก็ย้ายมาอยู่รร.ผไทศึกษา แล้วก็เปลี่ยนชื่อมาเป็น'สุภัชญา' แต่เขาก็ชอบทำกิจกรรมกับทางโรงเรียนสม่ำเสมอ จะชอบเต้นชอบเดินสายประกวด(หัวเราะ) เขาจะมีใจทางด้านนี้พอจบป.6 ก็ไปสอบเข้าโรงเรียนสายปัญญา1เทอม ก่อนที่จะย้ายมาเรียนที่ 'มหาพฤฒาราม' จนจบม.6 แล้วก็ไปสอบเข้าม. หอการค้า"

และด้วยความที่น้องเบลล์เป็นเด็กชอบเต้นนี่เอง แม่และยายจึงสนับสนุนให้ทำงานที่ตัวเองรัก จนกระทั่งกลายมาเป็นศิลปินค่ายอังกอร์ในเครือแกรมมี่ ไปในที่สุด

"ที่เบลล์มาอยู่้ตรงนี้ได้ ก็เพราะน้าเขาเขียนใบสมัครให้หลานไปร่วมประกวดเต้น ของคุณ 'คริสติน่า อากีล่าร์'หลังจากนั้นก็มีเดินแบบถ่ายแบบบ้างประปราย ต่อมาเพื่อนๆก็ชวนไปประกวดเต้นของ ' ท็อปสตาร์พาเหรด' ทีมเบลล์เขาก็ได้ที่1 หลังจากนั้นพี่ที่เขาออกแบบท่าเต้นให้ศิลปินแกรมมี่ เขาก็ชวนไปเป็นแดนเซอร์ให้ 'มอส' ในชุด 'Moving Moss' แล้วก็ไปร้องคอรัสให้ 'เจสันยัง' ต่อมาเบลล์เขารู้จักพี่ๆในแกรมมี่เยอะขึ้น พี่เขาก็เลยชวนให้มาลองทำเทปดู ในที่สุดเขาก็ออกเทปกับค่าย ' อังกอร'์ ' เครือแกรมมี่ ร่วมกับหว่าหวา โดยใช้ชื่อว่า 'ChinaDolls' ด้วยคอนเซ็ปท์ หมวยๆ"

สำหรับหนุ่มคนไหนอยากพิชิตใจสาวเบลล์ฟังทางนี้ให้ดี

"จริงๆแล้วเรื่องแฟนนี่ แม่ไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่เบลล์เค้าคบแบบเพื่อนมากกว่า เวลามาเค้าก็จะมากันเป็นกลุ่ม แต่แม่ก็จะบอกเขาว่าการแต่งงานการมีคู่เนี่ยมันเป็นการเกิดครั้งที่ 2 นะ เพราะการเกิดครั้งแรกเนี่ยถ้าผิดพลาดพ่อแม่ให้อภัย แต่ถ้าครั้งที่2 ลูกเลือกผิดไม่มีใครให้อภัยลูกแล้ว ลูกต้องเลือกดีๆลูกจะเลือกใครแม่ไม่ว่า ขอให้เขาเป็นคนดีมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว เพราะแม่คิดว่าถ้ามีความรับผิดชอบตรงนี้ ผู้ชายคนนั้นจะไม่ค่อยนอกลู่นอกทางเท่าไหร่

ซึ่งเท่าที่แม่สังเกตุดู ตอนนี้เขายังไม่คิดถึงเรื่องคู่ครองหรอกนะ แต่ก็มีคนมาชอบอยู่บ้าง เบลล์จะชอบผู้ชายอารมณ์ดี เขาเคยคุยเล่นๆกับหว่าหวาว่า เขาตาเล็กเกิดมาท่ามกลางหมวยๆตี๋ๆ อยู่แล้ว ก็อยากได้แฟนตาโตๆตาคมๆบ้าง(หัวเราะ)"